เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ ใช้งบน้อย หาได้ง่าย รับประกันเห็นผลจริง

สำหรับใครที่กำลังหาวิธีรักษารอยฝ้า กระ ต้องลองอ่านคอลั่มนี้เลย

 

 

 

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่ารอย ฝ้า กระ เกิดจากอะไร ??

 

 

ฝ้า คืออะไร

– สีผิวที่ผิดปกติบนใบหน้า โดยสีของผิวจะเกิดจากสารหรือเม็ดสีเมลานิน (melanin) ซึ่งถูกสร้างมาจากเซลล์ผิวหนังเมลาโนไซต์ (melanocyte) ซึ่งเจริญมาจากเซลล์ระบบประสาท

จะแฝงตัวอยู่ที่ด้านล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า ประมาณ 30-40 เซลล์ เมื่อเกิดเหตุใดๆก็ตามที่ทำให้เม็ดสีเหล่านี้ผิดปกติไป ก็จะทำให้สีของผิวบริเวณนั้นผิดปกติเกิดรอยปื้น น้ำตาล บนใบหน้า

 

 

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยฝ้า กระ ?? 

แสงแดด มีรังสีอุลต้าไวโอเล็ต(UV – Ultraviolet) สามารถทำให้เกิดฝ้าได้ตามบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปาก โดยฝ้าเกิดจากเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเม็ดสีเมลานินนี้มีหน้าที่พิเศษคือกรองรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต

(UV-Ultraviolet) ดังนั้นยิ่งเราตากแดดมาก ร่างกายก็จะสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มมากขึ้น

โดยที่รังสี UVA (รังสี UV ชนิด A เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว พลังงานต่ำ) จะกระตุ้นให้เซลล์ melanocytes สร้างเม็ดสีเมลานินได้โดยตรง กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ให้ทำงานได้มากขึ้น

และทำให้เซลล์ผิวหนัง (keratinocyte) รับสารเมลานินได้มากขึ้นส่งผลให้สีผิวเข้มขึ้น จึงทำให้เกิดผิวสีคล้ำ เกิดฝ้า หรือ กระ

รังสี UVB (รังสี UV ชนิด B มีช่วงคลื่นสั้น พลังงานสูง) จะทำให้การทำงานประสานกันของเซลล์ melinocyte และเซลล์ keratinocytes ได้ดีขึ้นในการรับส่งเม็ดสีเมลานิน ถ้าได้รับมากๆ สามารถทำให้เกิดผิวไหม้

บวมแดง และหากได้รับรังสีเป็นระยะเวลายาวนาน อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

 

ยาบางชนิด สามารถไปกระตุ้นผิวหนังให้ไวต่อแสงแดด ยาที่มักจะพบว่ามีผลต่อการเกิดฝ้าคือ ยาคุมกำเนิดบางชนิด ยาแก้อักเสบ เช่น เตตร้าไซคลิน (tetracyclines) อะมิโอดาโรน (Amiodarone)

ซึ่งเป็นยาที่มีผลกับการทำงานของหัวใจ ฟินนีโทอีน (Phenytoin) เป็นยาที่ใช้รักษาโรคลมชักชนิดต่างๆ ฟิโนเธียซีน (Phenothiazines) เป็นยาที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาท

มีผลทำให้ง่วงนอน ซัลโฟนาไมด์ (Sulfonamides) ที่ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อโรคบางชนิด

 

ภาวะบางอย่าง ที่ทำให้เกิดฝ้าได้ คือ การตั้งครรภ์ โรคตับ โรคแอดดิสัน (พบได้น้อยมากเกิดจากต่อมหมวกไตสร้างฮอร์โมนสเตอรอยด์ได้น้อยกว่าปกติ) อีโมโครมาโทซิส (Hemochromatosis) เป็นโรคทางกรรมพันธุ์

ที่เกิดจากการสะสมของเหล็กในกระแสเลือดจนทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ตับ และเนื้องอกใต้สมอง

 

 

 

วิธีรักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตุดิบจากธรรมชาติ 

 

1. หัวหอม นำมาปั่นละเอียด ทาลงบนจุดที่เป็น ฝ้า กระ ทิ้งไว้ 10-15 นาที จะช่วยให้รอยฝ้า กระจางลง เมื่อทำเป็นประจำทุกวัน

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

 

2. ขมิ้น นำมาผสมนมสด นวดเบาๆบนใบหน้า ทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จากนั้นใช้น้ำเย็นล้างหน้า เพื่อให้ผิวกระชับขึ้น จะช่วยรักษาฝ้า กระ ให้จางลงได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน ขาวใสขึ้น

 

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

 

3. ไข่ขาว นำมาพอกหน้าประมาณ  5-10 นาที อาจจะมีกลิ่นคาวสักหน่อย ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้า และสิ่งสกปรก ทำให้หน้าขาว กระจ่างใส ลดสิวเสี้ยน ควรทำเป็นประจำอย่างน้อย 2-3 ครั้ง/สัปดาห์

 

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

 

4.  มะนาว นำมาผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย พอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น กระชับผิวอีกครั้งด้วยน้ำเย็น มะนาวจะช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดรอยดำ ฝ้า กระ แถมช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ดี

 

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

 

5. ว่านหางจระเข้ แช่น้ำทิ้งไว้ 10 นาที แล้วลอกเปลือกออก ล้างยางให้สะอาด นำมาฝานเป็นแผ่นบางๆ หรือบดก็ได้ นำมาพอกหน้า 15 – 20 นาที ล้างหน้าให้สะอาด จะช่วยให้รอยฝ้า กระ และช่วยให้หน้าชุ่มชื่น ดูอิ่มน้ำ

 

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง

 

6. แตงกวา ปั่นให้ละเอียด นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้ทุกวัน แตงกวาจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่ารอยดำบนใบหน้า ให้กลับมาสว่าง กระจ่างใสขึ้น พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า

 

เทคนิครักษารอยฝ้า กระ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ งบน้อย หาง่าย เห็นผลจริง